มุมสุขภาพดี
ดูแลสุขภาพแนวธรรมชาติ
โรงพยาบาลพันธมิตรเกี่ยวกับสุขภาพ
คุยกับคุณหมอ
 
........................................................................................................................................................................................................


Medical Meditation ( การทำสมาธิ )

The Ancient Science and the New application

( ย่อจาก Meditation as Medicine Dharma Singh Khalsa, M.D., And Cameron Stauth)

ย่อโดย นพ . อำนาจ ชัยชลทรัพย์

งานวิจัยของ Dr.Herbert Benson พบว่า

Meditation ทำให้ลดภาวะการทำงานของร่างกายให้ต่ำกว่าปกติ ในการนอนหลับมีการใช้ออกซิเจนน้อยลง 8% แต่การทำสมาธิร่างกายใช้ออกซิเจน น้อยลง 10-20%

Meditation เป็นกิจกรรมที่ช่วยลด blood lactate ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเครียด / วิตกกังวล

Hormone ของความสงบ melatonin,serotonin จะเพิ่มขึ้น , และระดับของ Cortisol( ฮอร์โมนแห่งความเครียด ) จะลดลงระหว่างการทำสมาธิ

Meditation มีผลต่อ 3 ตัวชี้วัดของขบวนการความเสื่อมได้แก่
 
1

ความสามารถในการได้ยิน

2

ความดันโลหิตสูง

3

ความสามารถในการมองเห็นภาพระยะใกล้

ผู้ปฏิบัติสมาธิอย่างต่อเนื่อง อัตราการเป็นโรคหัวใจลดลง 80% และอัตราการเป็นโรคมะเร็งลดลง 50%

ผู้ที่ฝึกสมาชิกนานๆ จะทำให้มีความอ่อนเยาว์เพิ่มขึ้น

โรคนอนไม่หลับทำสมาธิแล้ว ช่วยทำให้นอนหลับได้ 75%

กลุ่มอาการปวดเรื้อรังทำสมาธิแล้ว ทำให้บรรเทาอาการได้ 34%

   
 
Medical Meditation
เป็นวิธีการใหม่แต่เป็นศาสตร์ของคนโบราณนับพันปี นำมาใช้ในศาสตร์การแพทย์ทางเลือกร่วมกับการรักษาของระบบแพทย์แผนปัจจุบัน ประกอบด้วย
1

Breathing

2

Posture & Movement & Mudra

3

Mantras

4

Mental focus

 
กลไกที่ทำให้การทำสมาธิมีประโยชน์

I. Breathing : แทบทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า การหายใจช้าๆ ลึกๆ จะทำให้จิตใจผ่อนคลาย ที่เรียกว่าการหายใจบำบัดนั่นเอง จริงๆ แล้วมีกลไกด้านพลังงานด้วย เช่นการหายใจด้วยท้อง อย่างรวดเร็ว ที่เรียกว่า The Breathing of Fire จะกระตุ้น Splanchnic nerve ทำให้เพิ่มการหลั่งฮอร์โมน epinephrine /norepinephrine รวมไปถึงทำให้คลื่นสมองมีความถี่ต่ำ ( ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ) การหายใจทางรูจมูกด้านซ้ายทำให้มีการกระตุ้นสมองซีกขวา เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นการคิดแบบองค์รวมและการผ่อนคลายอย่างลึก

 
II. Posture & Movement & Mudra : ขบวนการของโยคะคือการฝึกกายภาพทำให้เกิดการหล่อหลอมรวมตัวระหว่าง กาย / จิต / วิญญาณ ท่วงท่าเหล่านี้เป็นการกระตุ้นพลัง kundalini และเพิ่มระบบการไหลเวียนโลหิต อันมีผลทำให้การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อดีขึ้น ตั้งแต่ในสมองคือ pituitary ( ต่อมใต้สมอง ), หัวใจ , adrenal gland ( ต่อมหมวกไต ), ปอด ตลอดจนส่วนที่มีพยาธิสภาพที่ต้องการรักษา
การฝึกอาสนะเหล่านี้ทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น / อ่อนตัว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของบรรดาศาสตร์ตะวันออกทั้งหลาย
Mudra คือท่วงท่าของมือและนิ้วทั้งหลายเป็นส่วนสัมพันธ์ถึงสมองโดยตรง ในงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า เด็กที่หัดเปียโนจะมีทักษะในทางคณิตศาสตร์สูงกว่าพวกที่ไม่ได้เรียน มุมมองของบรรดา Guru โยคะพบว่าแต่ละนิ้วสัมพันธ์กับพื้นที่ในสมองอย่างมีความจำเพาะ ถ้าต้องการคุณสมบัติด้านใดก็ต้องทำท่วงท่าและนิ้วมือในท่าบังคับ
 

III. Mantras : เสียงมีพลังในการบำบัดรักษาเพราะว่าแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้ทำให้มีการกระตุ้นการทำงานของต่อมไร้ท่อที่ศีรษะ ได้แก่ Pituitary gland, hypothalamus การขับขาน mantra เหล่านี้สามารถกระตุ้น Vagus nerve ( เส้นประสาทอัตโนมัติ ) ซึ่งทอดผ่านจากคอไปถึงหัวใจ , ปอด , ลำไส้ และกล้ามเนื้อหลัง และมีผลต่อทั้ง Nadis, chakra โดยที่แรงสั่นสะเทือนผ่านไปยังเพดานปากทั้งอ่อนและแข็ง ซึ่งมีจุดสะท้อนทั้งหมด 84 จุด มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผู้ป่วย HIV ที่ฝึก mantra + nutrition therapy สามารถมีชีวิตยืนยาวกว่า 15 ปี โดยที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน

 

IV Mental focus : ระหว่างการทำสมาธิมีขบวนการสื่อสารกับ Emotion center ในสมอง (hippocampus & amygdala) ของ limbic system ก่อนเริ่มจะมีการ relax จะมีการส่งข้อมูลไปที่ hypothalamus ซึ่งเป็นตัวเชื่อมกับระบบต่อมไร้ท่อ ทำให้เกิดการหลั่ง hormone แห่งความสงบสุขออกมา ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารเฉพาะเข้าสู่สมองทำให้เกิดวงจร healing ทั่วร่างกาย ทำให้คลื่นสมองเป็นคลื่นอัลฟ่า นอกจากนั้นการหัดกำหนดจิตไปยังส่วนต่างๆ ที่มีปัญหาแล้วจินตนาการว่าส่วนนั้นให้แข็งแรงขึ้น ก็จะเกิดเป็นพลังที่ช่วยในการบำบัดรักษาเช่นกัน


ทั้งหมดต้องทำอย่างสม่ำเสมอและกระตือรือร้นจึงจะได้ผล และต้องเลือกเวลาในการฝึกด้วย ควรเป็นเวลาเช้าจะทำให้ pituitary gland มีการหลั่งสารต้าน stress hormone ลดอัตราการเป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด , โรคสมองฝ่อ

วิธีการฝึก Medical meditation ก็เหมือนการหัดเติมเงินลงในกระเป๋าบ่อยๆ จะทำให้เรามีอำนาจในการจับจ่ายเมื่อยามจำเป็น
 

Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
Design and Power by IT Center
Last Update : December 25, 2006