วันพุธ ที่ 10 มีนาคม 2553
 
 
  
•  การประกันชีวิตคืออะไร
•  ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต
•  การประกันชีวิตมีกี่ประเภท
•  การประกันชีวิตมีกี่แบบ
•  ผู้เอาประกันภัยจะเวนคืนเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยไปให้บุคคลอื่นได้หรือไม่
•  เมื่อทำประกันชีวิตแล้วมีกรณีใดบ้างที่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับผลประโยชน์
•  ทำอย่างไรเมื่อตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขาย
•  แบบประกันชีวิตที่เหมาะสม
•  ใบคำขอเอาประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
•  สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อจะสมัครทำประกันชีวิต
•  การพิจารณารับประกันภัยคืออะไร
•  กรณีที่ต้องตรวจสุขภาพ
•  เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ภัยแล้วจะยกเลิกได้หรือไม่
•  ในกรณีที่ไม่สามารถส่งเบี้ยประกันภัยต่อไปได้จะทำอย่างไร
•  เพราะเหตุใดเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว มูลค่าเวนคืนเงินสดจึงมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเบี้ยที่ชำระไปแล้ว
•  ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
•  การชำระเบี้ยประกันภัยอย่างครบถ้วนและตรงเวลามีความสำคัญอย่างไร
•  ทำไมต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้บริษัทประกันชีวิตทราบ
•  การใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต
•  การกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
•  หากต้องการซื้อความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุและสุขภาพนอกเหนือจากการประกันชีวิตจะทำ
   ได้หรือไม่อย่างไร

•  กรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีการจ่ายเงินเมื่อใด
•  กรณีใดบ้างที่บริษัทประกันชีวิตไม่อาจจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตได้
•  เอกสารที่ใช้ในการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตมีอะไรบ้าง
•  ระยะเวลาผ่อนผันคืออะไร หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่

 

 
ถาม
การประกันชีวิตคืออะไร
ตอบ

การประกันชีวิต คือการชดเชยรายได้ที่ต้องสูญเสียไปอันเนื่องมาจากการตาย ทุพพล ภาพถาวรสิ้นเชิงหรือชราภาพ โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิต

ผู้เอาประกันภัย คือบุคคลที่ตกลงทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิตโดยอาศัย สาเหตุของการมีชีวิตหรือการตายเป็นเงื่อนไขในการจ่ายเงินประกันชีวิต

ผู้รับผลประโยชน์ คือบุคคลที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตว่าจะเป็นผู้ได้รับเงิน ประกันชีวิตตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้รับผลประโยชน์อาจเป็นบุคคลเดียวกับผู้ เอาประกันภัยก็ได้

ถาม
ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต
ตอบ

สาเหตุที่ต้องมีประกันชีวิตเพราะ
(2.1) ผู้เอาประกันชีวิตต้องการได้รับประโยชน์ในด้านความคุ้มครอง คือ เมื่อมีภัยเกิดขึ้น แก่ชีวิตทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียรายได้เนื่องจากการตายทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือชราภาพ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้ตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์แล้วแต่กรณี

(2.2) เพื่อการออมทรัพย์ หากผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อการประกันชีวิตแบบที่มีการออม
ทรัพย์รวมอยู่ด้วย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินก้อนหนึ่งตามที่ตกลงไว้เมื่อมีชีวิตอยู่ ณ วันที่สัญญาครบกำหนด ทั้งนี้บริษัทประกันชีวิตจัดเป็นสถาบันการเงินเช่นเดียวกับธนาคารและบริษัทเงินทุน

(2.3) การประกันชีวิตให้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ บริษัท ประกันชีวิตจะนำเอาเงินส่วนที่เป็นเงินออมของผู้เอาประกันภัยไปลงทุนในหลักทรัพย์ ต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตั๋วเงินคลัง ของกระทรวงการคลัง หรือ นำไปลงทุนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า สนามบิน ถนน หนทาง รถไฟฟ้าและอื่นๆ อันเป็นการลดภาระของรัฐบาลที่จะต้องกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศ

ถาม
การประกันชีวิตมีกี่ประเภท
ตอบ

การประกันชีวิตแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
•  ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance)
•  ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance)
•  ประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance)

•  ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางหรือสูงโดยทั่วไปกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี รายหกเดือน หรือรายสามเดือน การพิจารณารับประกันชีวิตมีทั้งแบบตรวจสุขภาพและไม่ต้องตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ จำนวนเงินเอาประกันภัยและอายุเป็นสำคัญ

•  ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัย ค่อนข้างต่ำ จึงไม่มีการตรวจสุขภาพ การพิจารณารับประกันชีวิตอาศัยข้อมูลจากคำแถลงในใบคำขอเอาประกันภัย โดยทั่วไปกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายเดือนอาจมีเงื่อนไขกำหนดระยะเวลารอคอยก็ได้ ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) คือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อพิสูจน์สุขภาพของผู้เอาประกันภัย หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทประกันชีวิตไม่ต้องจ่ายเงินเอาประกันภัย โดยทั่วไป กำหนดไว้ 180 วัน

•  ประเภทกกลุ่ม (Group Life Insurance) คือการรับประกันชีวิตบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียว โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงภัยของบุคคลในกลุ่มทั้งหมดด้วยอัตราเฉลี่ย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ หน้าที่การทำงาน หรือจำนวนเงินเอาประกันภัยและใช้เบี้ยประกันภัยอัตราเดียวกับบุคคลทุกคนในกลุ่มนั้นๆ การประกันภัยประเภทนี้อัตราเบี้ยประกันภัยจะถูกกว่าการประกันภัยประเภทอื่นๆ เหมาะสำหรับพนักงาน ในบริษัทต่างๆ

ถาม
ประกันชีวิตมีกี่แบบ
ตอบ

ประกันชีวิตแบ่งออกได้เป็น 4 แบบ คือ
•  แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)
•  แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
•  แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)
•  แบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance)

•  แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 1 ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี สัญญาประกันชีวิตแบบนี้มีลักษณะเป็นการให้ความคุ้มครองการเสี่ยงภัยอันเกิดจากการเสียชีวิตแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีการสะสมทรัพย์รวมอยู่ด้วย จึงมีลักษณะเช่นเดียวกับสัญญาประกันอัคคีภัย เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วจึงไม่มีมูลค่าใดๆ คืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย

•  แบบตลอดชีพ ((Whole Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยไม่คำนึงว่าจะเสียชีวิตเมื่อใด แต่ถ้าหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 99 ปี บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย

•  แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย ถ้าหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ในวันที่สัญญาครบกำหนด

•  แบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเป็นประจำให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ในวันที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยทั่วไปเงินได้ประจำจะจ่ายเป็นปีทุกๆ ปีจนครบตามเงื่อนไขของสัญญา สัญญาประกันชีวิตแบบนี้เหมาะกับผู้เอาประกันภัยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสะสมทรัพย์ไว้เป็นค่าใช้จ่ายหลังจากเกษียณอายุการทำงานแล้ว

ถาม
ผู้เอาประกันภัยจะเวนคืนเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยไปให้บุคคลอื่นได้หรือไม่
ตอบ

สัญญาประกันชีวิตบางสัญญาจะมีมูลค่าเงินสดฝากสะสมไว้กับบริษัทประกันชีวิตโดย สังเกตได้จากตารางท้ายกรมธรรม์ประกันภัย เงินจำนวนนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับเงินฝาก ธนาคาร ผู้เอาประกันภัยจึงสามารถเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อรับเงินตามมูลค่าที่มี อยู่ในกรมธรรม์ได้เช่นเดียวกับการถอนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ดังนั้นผู้เอาประกันภัย จึงสามารถโอนประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตนี้ไปให้บุคคลอื่นได้

ถาม เมื่อทำประกันชีวิตแล้วมีกรณีใดบ้างที่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับผลประโยชน์
ตอบ

ผู้เอาประกันภัยจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้
•  ถ้ามีการส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ไปแล้ว และ
•  ผู้รับผลประโยชน์ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยว่าตนจะเป็นผู้รับผลประโยชน์จากสัญญาประกันชีวิตนั้นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ผู้เอาประกันภัยย่อมไม่สามารถโอนประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาประกันชีวิตไปยังบุคคลอื่นได้

ถาม ทำอย่างไรเมื่อตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขาย
ตอบ

เมื่อมีตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิต ท่านจะต้องอ่านและทำความเข้าใจใน แบบประกันชีวิตที่เสนอขาย ผลประโยชน์ที่จะได้รับเงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างๆ รวมถึง เบี้ยประกันภัยที่จะชำระก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิต

   
ถาม
แบบประกันชีวิตที่เหมาะสม
ตอบ

ก่อนจะซื้อประกันชีวิตจะต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการทำประกันชีวิตระยะเวลา คุ้มครองที่ต้องการจำนวนเงินเอาประกันภัย และความสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้โดย ไม่เดือดร้อนตลอดระยะเวลาที่กำหนด ขอยกตัวอย่างดังตารางต่อไปนี้

ความต้องการ
แบบประกันที่เหมาะสม
   ความคุ้มครองระยะสั้น เช่น 5 ,10 ปี
   คุ้มครองเฉพาะการเสียชีวิตเท่านั้น
   ไม่มีเงินคืน
   เบี้ยประกันภัยจึงมีราคาถูก

แบบชั่วระยะเวลา

   ความคุ้มครองระยะสั้น เช่น 7 ,10, 15 ,20 ปี
   คุ้มครองการเสียชีวิตพร้อมกับการสะสมทรัพย์
   มีเงินคืน

แบบสะสมทรัพย์

   ความคุ้มครองแบบถาวร หรือตลอดชีพ แบบตลอดชีพ
   อัตราเบี้ยประกันภัยไม่สูงนัก คุ้มครองการเสียชีวิต
   ไม่มีเงินคืน

แบบตลอดชีพ
ถาม
ใบคำขอเอาประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ

เมื่อมีตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิต ท่านจะต้องอ่านและทำความเข้าใจใน แบบประกันชีวิตที่เสนอขาย ผลประโยชน์ที่จะได้รับเงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างๆ รวมถึง เบี้ยประกันภัยที่จะชำระก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิต

ถาม
สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อจะสมัคร ทำประกันชีวิต
ตอบ

ในการสมัครทำประกันชีวิตนั้นจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
•  ใบคำขอเอาประกันภัยที่กรอกถูกต้องและครบถ้วน
•  เบี้ยประกันภัยงวดแรก
•  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์
•  ในบางครั้งบริษัทประกันชีวิตอาจขอดูผลตรวจสุขภาพและเอกสารอื่นๆ

ถาม
การพิจารณารับประกันภัยคืออะไร
ตอบ

การพิจารณารับประกันภัยหมายถึง การที่บริษัทประกันชีวิตนำข้อมูลที่ได้รับจากผู้เอา ประกันภัยซึ่งได้กรอกไว้ในใบคำขอเอาประกันชีวิตมาตรวจสอบและตัดสินใจว่าจะรับ หรือไม่รับประกันภัย โดยพิจารณาในองค์ประกอบหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้
•  พิจารณาถึงอาชีพว่ามีความเสี่ยงต่ออันตรายหรือชีวิตมากน้อยพียงใด เช่น อาชีพขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่าพนักงานบริษัท เป็นต้น ในส่วนของรายได้นั้นก็จะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยรวมถึงจำนวนเงินเอาประกันชีวิตสูงเกินความจำเป็นหรือไม่
•  ข้อมูลการทำประกันชีวิตของผู้เอาประกันภัยที่มีผลบังคับทุกฉบับและ ที่กำลังยื่นขอเอาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิตอื่น รวมถึงข้อมูลการเคยถูกปฎิเสธการรับประกันชีวิตมาก่อน
•  ประวัติการรักษาพยาบาล
•  การแต่งตั้งผู้รับผลประโยชน์ ควรเป็นบุคคลในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง สามี ภรรยา บุตร เป็นต้น

ถาม
กรณีที่ต้องตรวจสุขภาพ
ตอบ

การที่จะต้องตรวจสุขภาพก่อนการทำประกันชีวิตหรือไม่นั้น ขึ้นกับ
•  ข้อกำหนดของบริษัท โดยเป็นไปตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ท่านขอซื้อและอายุ โดยทั่วไปหากจำนวนเงินเอาประกันภัยสูง หรือมีอายุมากก็จะมีการตรวจสุขภาพเป็นต้น
•  บริษัทประกันชีวิตพิจารณาจากคำแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัยซึ่งระบุว่าเคยมีประวัติการตรวจรักษาสุขภาพมาก่อนหรือมีโรคประจำตัว บริษัทอาจจะขอให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมและขอประวัติการรักษาสุขภาพจากสถานพยาบาลที่เคยเข้ารับการรักษา

ถาม

เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ภัยแล้ว จะยกเลิกได้หรือไม่

ตอบ

เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัทประกันชีวิตแล้ว ขอให้ตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่พึงพอใจด้วยสาเหตุใดก็ตามสามารถใช้สิทธิยกเลิกสัญญา (Free Look) โดยส่งคืน กรมธรรม์ประกันภัยมายังบริษัทประกันชีวิตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์จาก บริษัทประกันชิวิต ซึ่งบริษัทประกันชีวิตจะคืนเบี้ยประกันภัย ที่เหลือจากการหักค่าตรวจ สุขภาพตามที่จ่ายจริง (ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายของบริษัทฉบับละ 500 บาทแล้ว

ถาม
ในกรณีที่ไม่สามารถส่งเบี้ยประกันภัยต่อไปได้จะทำอย่างไร
ตอบ

เมื่อทำประกันชีวิตมาระยะเวลาหนึ่งแล้วไม่สามารถส่งเบี้ยประกันภัยต่อได้ จะมีแนวทาง
ให้เลือก 3 แบบ คือ
•  ขอรับเงินสด กรณีนี้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะสิ้นสุดทันทีจะนวนเงินสดที่ได้รับคืนจะเป็นไปตามจำนวนที่ระบุในตารางเวนคืนเงินสดที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย
•  ขอเปลี่ยนเป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จ กรณีนี้ระยะเวลาความคุ้มครองจะเท่าเดิมตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยจะลดลง จำนวนเงินเอาประกันภัยใหม่จะเป็นไปตามจำนวนที่ระบุในตารางมูลค่าใช้เงินสำเร็จที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย
•  ขอเปลี่ยนเป็นมูลค่าขยายเวลา กรณีนี้จำนวนเงินเอาประกันภัยจะเท่าเดิมตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่ระยะความคุ้มครองใหม่จะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในตารางมูลค่าขยายเวลาที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย

ถาม
เพราะเหตุใดเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว มูลค่าเวนคืนเงินสดจึงมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเบี้ยที่ชำระไปแล้ว
ตอบ

เพราะการซื้อประกันชีวิตเป็นการเฉลี่ยภัยในหมู่ผู้เอาประกันภัยด้วยกัน หากผู้เอา ประกันภัยรายใดเสียชีวิต บริษัทประกันชีวิตก็จะนำเงินจากเบี้ยประกันชีวิตของผู้เอา ประกันภัยทุกคนไปจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์ของผู้ที่เสียชีวิต ดังนั้น เหตุที่มูลค่าเวนคืน เงินสดมีมูลค่าน้อยกว่าเพราะเบี้ยประกันภัยที่ท่านชำระมาแล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปจ่าย ให้แก่ผู้เอาประกันภัยรายอื่นที่เสียชีวิต

ถาม
ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
ตอบ

ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัย คือ หลักฐานที่ใช้อ้างอิงว่าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเงินค่าเบี้ย ประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตแล้ว โดยทั่วไปใบรับเงินได้จำแนกออกเป็น “ ใบรับเงิน ค่าเบี้ยประกันภัยงวดแรก ” และ “ ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยงวดต่อไป ” “ ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยงวดแรก ” แสดงถึงการมีผลบังคับของกรมธรรม์ประกันภัย โดยปกติแล้วเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกพร้อมส่งใบคำขอเอาประกันภัยให้บริษัท ประกันชีวิต หากบริษัทประกันชีวิตไม่เรียกขอหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมภายใน 30 วัน ถือว่า บริษัทประกันชีวิตยอมรับประกันภัยแล้วโดยอัตโนมัติ ในการชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนประกันชีวิตหรือชำระ โดยตรงต่อบริษัทประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยควรเรียกรับ “ ใบรับเงิน ” เพื่อเป็นหลักฐาน การชำระเงิน เพราะใบรับเงินนี้จะเป็นหลักฐานแสดงความสมบูรณ์ของกรมธรรม์ ประกันภัยของท่าน ว่าท่านจะมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา

ถาม
การชำระเบี้ยประกันภัยอย่างครบถ้วน และตรงเวลามีความสำคัญอย่างไร
ตอบ

การชำระเบี้ยประกันภัยตรงเวลามีผลให้กรมธรรม์ประกันภัยไม่ขาดอายุ ส่งผลต่อการ ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามสัญญาประกันชีวิต การชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้ง หากชำระผ่านตัวแทนประกันชีวิตควรเรียกใบรับเงินชั่วคราว หากชำระผ่านช่องทางอื่น ควรเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้ง จนกว่าจะได้รับใบรับเงินตัวจริงจากบริษัทประกัน ชีวิต เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวท่านเอง

ถาม
ทำไมต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้บริษัทประกันชีวิตทราบ
ตอบ

เหตุผลที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้บริษัทประกันภัยทราบก็เพื่อ บริษัทประกันภัยจะ ได้จัดส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น ใบเตือนแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย ใบเสร็จรับเงินค่า เบี้ยประกันภัย หรือหลักฐานอื่นๆ ให้แก่ท่านได้อย่างครบถ้วนอีกทั้งในกรณีที่ต้องมีการ จ่ายเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เช่น เงินคืนตามกำหนดเวลาหรือเงินครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินดังกล่าวอย่างครบถ้วนและการแจ้งผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้ง ให้บริษัทประกันชีวิตรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยตัวผู้เอาประกันภัยเองเท่านั้นใน กรณีที่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล เงินคืนตามระยะเวลา หรือเงินครบกำหนดสัญญา จะได้สามารถติดต่อผู้เอาประกันภัยได้

ถาม
การใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต
ตอบ

การกู้ยืมเงินโดยใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ยังมีผลบังคับอยู่มาเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ได้ โดยจำนวนเงินที่จะกู้ยืมจะได้ไม่เกินมูลค่าเงินสดตามที่ระบุไว้ในท้ายกรมธรรม์ประกัน ชีวิต

ถาม

การกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

ตอบ

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยจนกรมธรรม์ประกันชีวิตมีมูลค่าเงินสด เกิดขึ้นแล้ว หากผู้เอาประกันภัยมิได้ชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปภายในระยะเวลาที่ กำหนด บริษัทจะมีการทำการกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อให้กรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นยังคงมีผลบังคับต่อไป โดยบริษัทประกันชีวิตจะคิด ดอกเบี้ยการกู้ยืมจากผู้เอาประกันภัยตามอัตราดอกเบี้ยที่ได้ระบุไว้

ถาม
หากต้องการซื้อความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุและสุขภาพ นอกเหนือจากการประกันชีวิตจะทำได้หรือไม่อย่างไร
ตอบ

เพื่อสนองความต้องการของผู้เอาประกันภัยที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นจากความ คุ้มครองด้านการมีชีวิตอยู่หรือการตาย บริษัทประกันชีวิตจึงได้มีรูปแบบความคุ้มครอง ต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล และผ่าตัดในโรงพยาบาล การประกันภัยโรคร้ายแรงและอื่นๆ อีกมาก ทั้งนี้การที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองพิเศษนี้ได้จะต้องเลือกซื้อ กรมธรรม์ประกันชีวิตหลักก่อนแล้ว จึงค่อยซื้อความคุ้มครองพิเศษนี้ในรูปแบบของสัญญา เพิ่มเติม โดยสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อนี้จะเป็นสัญญาปีต่อปี

ถาม
กรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีการจ่ายเงินเมื่อใด
ตอบ

บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตในกรณีดังต่อไปนี้
•  จ่ายเงินผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยในระหว่างอายุสัญญาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในกรมธรรม์ประกันภัย
•  จ่ายเงินเอาประกันภัยและผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยเมื่อสัญญาครบกำหนด
• จ่ายเงินเอาประกันภัยให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตมีผลบังคัยอยู่

ถาม
กรณีใดบ้างที่บริษัทประกันชีวิตไม่อาจจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตได้
ตอบ

(1) ผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาประกันชีวิต
•  ผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับผลประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
•  มีการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยทุจริต

ถาม
เอกสารที่ใช้ในการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตมีอะไรบ้าง
ตอบ

(1) กรณีเสียชีวิต หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องแยกเป็น 3 กรณี คือ
•  กรณีเสียชีวิตโดยปกติ เช่น การเสียชีวิตโดยการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ หรือ ชราภาพ เป็นต้น
•  แบบฟอร์มการเรียกร้องการเสียชีวิต
•  ใบรับรองแพทย์
•  ใบมรณะบัตร
•  สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
•  กรมธรรม์ประกันชีวิต
•  กรณีเสียชีวิตโดยผิดปกติ เช่น ฆ่าตัวตาย , ถูกผู้อื่นทำให้ตาย , ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ายโดยอุบัติเหตุ , ตายโดยไม่ปรากฎเหตุ , ต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมดังนี้
•  สำเนาบันทึกประจำวัน
•  สำเนารายงานการชัณสูตรพลิกศพ
•  ตายโดยผลของกฎหมาย กรณีหายไปจากภูมิลำเนา โดยไม่มีใครเห็นถือว่าเป็นบุคคลสาบสูญต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมคือ คำสั่งศาลที่สั่งให้เป็นคนสาบสูญ

(2) กรณีอยู่ครบกำหนดสัญญา หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องมีดังนี้
•  แบบฟอร์มการเรียกร้อง
•  กรมธรรม์ประกันชีวิต
•  บัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัย

ถาม
ระยะเวลาผ่อนผันคืออะไร หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่
ตอบ
ระยะเวลาผ่อนผันคือระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตยินยอมให้ผู้เอาประกันชีวิตสามารถ ชำระเบี้ยประกันภัยล่าช้ากว่าที่กำหนดได้ แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาผ่อนผัน (ปกติบริษัท ประกันชีวิตจะกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยให้ 30 วัน) บริษัทประกัน ชีวิตยังคงให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยบริษัทประกันชีวิต จะหักค่าเบี้ยประกันภัยที่ยังค้างชำระออกจากจำนวนเงินเอาประกันภัยที่จะจ่าย
 
2032 อาคารฟินันซ่าประกันชีวิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2632-5000 โทรสาร 0-2632-5500  Email: crc@finansalife.com
Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved. Design and Power by IT Center Last Update : February 10, 2010