วันที่ 13 ตุลาคม 2551
  •  
     
    ประกันกลุ่มสำหรับนายจ้าง/ลูกจ้าง
            แบบสะสมทรัพย์เพื่อการเกษียณอายุ (Group Endownment)
          วัตถุประสงค์หลักของแบบประกัน  
    เพื่อเตรียมสร้างเงินทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ใช้ในยามชรา เมื่อสมาชิกผู้เอาประกันมีอายุครบ 60 ปี หรือ เป็นหลักประกันของครอบครัวในกรณีสมาชิกผู้เอาประกันเสียชีวิตก่อน เกษียณ อายุ
     
          กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  
    •  กลุ่มนายจ้าง / ลูกจ้างที่มีเงินเดือนประจำ
    •  กลุ่มข้าราชการประจำ หรือ ลูกจ้างช่วยราชการที่มีเงินเดือนประจำ
     
          หลักเกณฑ์การพิจารณารับประกัน  
    •  พนักงานประจำอายุระหว่าง 16-54 ปี
    •  คู่สมรสของพนักงานที่เป็นสมาชิกแล้วอายุระหว่าง 16-54 ปี
    •  ได้รับอนุญาตจากนายจ้างให้หักชำระเบี้ยประกันภัยผ่านบัญชีเงินเดือน
     
          การชำระเบี้ยประกัน  
    •  รายเดือน
    •  ผู้สมัครสามารถเลือกแผนสะสมได้ ตั้งแต่แผน 200 ,300 ,400 ,500 , จนถึง 5,000 บาทต่อเดือน
    •  เพิ่ม หรือ ลดจำนวนเบี้ยประกัน (Flexible Premium) ได้ในวันครบรอบปีกรมธรรม์
     
          มูลค่าที่เกิดขึ้นจากกรมธรรม์
    1. จำนวนเงินเอาประกันภัยสะสม ( ทุนประกันสะสม )
    •  ขึ้นอยู่กับอัตราแผนสะสมแต่ละปีและสมาชิกสามารถ เพิ่ม หรือ ลด การซื้อจำนวนเงินเอาประกันภัยได้ (Flexible Premium) ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์
    •  นอกจากแผนประกันที่สะสม ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลให้จำนวนเงินเอาประกันภัยน้อย หรือ มากขึ้น นั่นก็คือ อายุ , เพศ และระยะเวลาที่ส่งเบี้ยประกันของสมาชิก

    2. มูลค่าเวนคืนเงินสด
    คือ มูลค่าที่สมาชิกผู้เอาประกันภัยได้รับในกรณีพ้นจากสมาชิกภาพ / ลาออกก่อนวันครบกำหนดสัญญา / หยุดชำระเบี้ย ประกัน

    3. เงินปันผลสะสม
    เป็นจำนวนเงินส่วนเกินที่บริษัทฯ จัดสรรให้กับสมาชิก ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ ( เงินปันผลนี้เป็นส่วนที่ บริษัทได้มีการลงทุนในกองทุน ที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษของบริษัท ) จะได้รับจำนวนเงินปันผลสะสมก็ต่อเมื่อสมาชิกผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต , ครบกำหนดสัญญา หรือ ขอรับคืนมูลค่าเวนคืนเงินสด


     
          ผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับ

    1. ครบกำหนดสัญญา
    •  สมาชิก ผู้เอาประกันภัยจะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัยสะสม พร้อมเงินปันผลสะสมและดอกเบี้ย ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์         เมื่ออายุครบ 60 ปี

    2. มรณกรรม

    •  ผู้รับ ประโยชน์ ตามที่สมาชิกระบุไว้ในใบคำขอเอาประกันภัย จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัยสะสมบวกกับเงินปันผลสะสมและดอกเบี้ย หักด้วยเบี้ยประกันภัยรายเดือนที่ยังไม่ชำระในปีกรมธรรม์นั้น

    3. หยุดชำระเบี้ยประกัน ( ยกเลิก , ลาออก หรือ ย้ายหน่วยงาน )

    มีแนวทางเลือกสำหรับสมาชิก 3 แนวทาง ( อย่างใดอย่างหนึ่ง ) ดังนี้
    ้•  นำมูลค่าเวนคืนเงินสด บวกด้วยเงินปันผลสะสมและดอกเบี้ยไปซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตสามัญรายเดี่ยว โดยมีเงื่อนไข ( ต้องมีอายุสมาชิกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป )  
            - กรณีจำนวนเงินเอาประกันภัยสะสมไม่เกิน 100,000 บาท ให้ซื้อได้ ไม่เกิน 100,000 บาท
            - กรณีจำนวนเงินเอาประกันภัยสะสม มากกว่า 100,000 บาท ให้ซื้อได้ ไม่เกิน 200,000 บาท หรือ ไม่เกินกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัย ภายใต้สัญญาประกันภัยนี้ ขึ้นอยู่กับกรณีใดมากกว่า  

    •  คงความคุ้มครองไว้กับบริษัท โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อ 1 และ 2
    •  ขอรับคืนมูลค่าเวนคืนเงินสดและเงินปันผลสะสมและดอกเบี้ยทันที

    4. เบี้ยประกันภัยที่ชำระนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่ายได้
    เหมือนเช่นกรณีชำระเบี้ยประกันชีวิตสามัญที่มีระยะเวลาเอาประกันภัย ตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป  

    หมายเหตุ
    •  ถ้าสมาชิก ( พนักงานประจำ ) หยุดชำระเบี้ยประกัน อันเนื่องมาจากครบกำหนดสัญญา หรือ เสียชีวิตคู่สมรสของพนักงานจะต้องหยุดชำระเบี้ยประกันทันที เนื่องจากไม่สามารถหักบัญชีเงินเดือนสมาชิก ( พนักงานประจำ ) ได้ บริษัทฯ จะคงสถานะความคุ้มครองในแบบประกันสะสมทรัพย์ จนกว่าสมาชิกจะครบอายุ 60 ปี หรือ เสียชีวิต หรือ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรขอมูลค่าเวนคืนเงินสด
    •  ถ้าสมาชิก ( พนักงานประจำ ) ลาออก หรือ ย้ายหน่วยงานไม่ว่าจะคงสถานะความคุ้มครอง หรือ ขอมูลค่าเวนคืนเงินสดให้คู่สมรสของพนักงานมีสถานะเดียวกันกับสมาชิก ( พนักงานประจำ ) ทันที


     
          ข้อดีของแบบประกัน ( สมาชิกผู้เอาประกันภัย )

    •  ได้รับความคุ้มครองชีวิตพร้อมกับมีเงินออมสะสมไว้ใช้ยาม เกษียณ
    •  ไม่ใช่แบบประกันชั่วระยะเวลา ดังนั้นเบี้ยประกันที่ชำระจึงไม่สูญเปล่า
    •  เบี้ยประกันถูก ผลตอบแทนสูง เมื่อเปรียบเทียบกับเงินฝากธนาคาร และกองทุน RMF ที่มีนโยบายการลงทุนพันธบัตร หรือ หุ้นกู้มีหลักประกัน
    •  ไม่ต้องตรวจสุขภาพ
    •  ผลประโยชน์ที่ได้รับไม่เสียภาษ
    •  เบี้ยประกันที่นำส่ง สามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เช่นเดียวกับประกันชีวิตสามัญที่มีระยะเวลา
    เอาประกันภัยตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป
    •  ผู้สมัครสามารถเลือกแผนประกันตามกำลังความสามารถที่ตนเองชำระได้ เปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย จนถึงผู้มีรายได้สูง เลือกสร้างแผนการ เกษียณ ได้ตามความเหมาะสม
    •  นอกจากแบบประกันสะสมทรัพย์ ยังสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมประกันชีวิตจากอุบัติเหตุได้ด้วย (GADD)
    •  ในกรณีสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพ ( ลาออก , ย้ายหน่วยงาน หรือ หยุดชำระเบี้ยประกัน ) ความคุ้มครองในส่วนประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ยังคงให้ความคุ้มครองต่อเนื่องในวงเงินเท่ากับจำนวนเงิน เอาประกันสะสมที่คำนวณได้ ณ วันสุดท้ายของการชำระเบี้ยประกัน
    •  สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกที่ส่งเบี้ยประกันเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป จะได้สิทธิความคุ้มครองประกันชีวิตสามัญรายเดี่ยว โดยไม่ต้องแถลงสุขภาพมีเงื่อนไข จำนวนเงินเอาประกันภัยสะสมน้อยกว่า 100,000 บาท สามารถซื้อจำนวนเงินเอาประกันรายสามัญ 100,000 บาท แต่ถ้ามากกว่า 100,000 บาท สามารถซื้อได้ไม่เกิน 200,000 บาท หรือ ไม่เกินกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัย ภายใต้สัญญาประกันภัยนี้ ขึ้นอยู่กับกรณีใดมากกว่า

      กรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ฯ + สัญญาเพิ่มเติม (GADD)
      GE GADD
    แผน 1 แผน 2 แผน 3
    เบี้ยประกัน

    แล้วแต่จะเลือก (200 – 5,000 บาท )

    40 บาท 80 บาท 120 บาท
    ผลประโยชน์

    ผลรวมของทุนประกัน ที่คำนวณได้ในแต่ละปี

    200,000 400,000 600,000

      

     
       ผลประโยชน์ความคุ้มครองอุบัติเหตุกลุ่ม (GADD)

    ผลประโยชน์ภายใต้เอกสิทธิ์และเงื่อนไขของสัญญาเพิ่มเติมนี้ ในขณะที่สัญญาเพิ่มเติมนี้มีผลบังคับ หากผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประสบอุบัติเหตุ บริษัทฯ จะจ่ายเงินจากจำนวนเงินเอาประกันภัยอุบัติเหตุของสัญญาเพิ่มเติมนี้ที่กำหนดไว้ ดังนี้

      1. 100% ของการเสียชีวิต
    2. การสูญเสียอวัยวะและสายตา
       

    •  100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือสองข้าง ตั้งแต่ข้อมือ หรือเท้าสองข้างตั้งแต่ข้อเท้า หรือสายตาสองข้าง
    •  100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อมือ และเท้าหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อเท้า
    •  100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับมือหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อมือ และสายตาหนึ่งข้าง
    •  100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้าง ตั้งแต่ข้อเท้า และสายตาหนึ่งข้าง
    •  60% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับมือหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อมือ
    •  60% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับเท้าหนึ่งข้างตั้งแต่ข้อเท้า
    •  60% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สำหรับสายตาหนึ่งข้าง
    •  25% ของนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ของมือข้างเดียวกัน

         
    กรณีที่เกิดการสูญเสียตามข้อ 2 มากกว่า 1 รายการจากการประสบอุบัติเหตุในคราวเดียวกันหรือเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดจากการประสบอุบัติเหตุในคราวเดียวกัน บริษัทฯ จะจ่ายเงินทดแทนรวมกันแต่ไม่เกิน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
         
     

    3.  การสูญเสียเนื่องจากสาธารณภัย

     

    บริษัทฯ จะจ่ายจำนวนเงินในข้อ 1 หรือ 2 เป็น 2 เท่าของผลประโยชน์ในตารางข้างต้น

       

    กรณีที่ 1 ถ้าอุบัติเหตุเกิดขึ้นแก่ ยานพาหนะ หรือ ลิฟท์ ทำให้เกิดการสูญเสียดังกล่าวในยานพาหนะสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรกล ซึ่งผู้ทำการขนส่งสาธารณะเป็นผู้รับจ้างทำการขนส่งบนเส้นทางขนส่งทางบก ที่ได้กำหนดไว้ หรือ ขณะที่ผู้เอาประกันภัยอยู่ในลิฟท์ ( ยกเว้นลิฟท์ที่ใช้ในเหมืองแร่หรือสถานที่ก่อสร้าง ) หรือ

    กรณีที่ 2 การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเกิดขึ้นเนื่องจากไฟไหม้โรงมหรสพ โรงแรม หรืออาคารสาธารณะอื่นใด ซึ่งผู้เอาประกันภัยอยู่ ณ สถานที่นั้นในขณะที่เริ่มไฟไหม้ อนึ่ง บริษัทฯ จะจ่ายเงินทดแทนตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 เพียงรายการที่สูงสุดรายการเดียวเท่านั้น

     

     
       การเรียกร้องผลประโยชน์

    ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย หรือผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ หรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าวจะต้องปฏิบัติดังนี้
    •  แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประสบอุบัติเหตุ ในกรณีที่มีการเสียชีวิต ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบโดยไม่ชักช้า เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุจำเป็นอันสมควรจึงไม่อาจแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ แต่ได้แจ้งโดยเร็วที่สุดที่จะกระทำได้แล้ว
    •  ส่งหลักฐานอันชัดแจ้งแสดงถึงการสูญเสีย ตามแบบฟอร์มที่บริษัทฯ กำหนด หรือส่งหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรแสดงถึงการเกิดลักษณะและขอบเขตของการสูญเสีย

    อนึ่ง บริษัทฯ มีสิทธิจะขอตรวจร่างกายของผู้เอาประกันภัยหรือขอตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ตามที่เห็นสมควรในระหว่างที่บริษัทฯ พิจารณาการเรียกร้องเงินทดแทน รวมทั้งการชันสูตรพลิกศพในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันสมควรโดยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ เว้นแต่จะขัดต่อกฎหมาย หรือขอทราบผลการวินิจฉัยของแพทย์เพื่อความชัดเจนและเป็นที่แน่ใจในการเสียชีวิต หรือการสูญเสียนั้น ก่อนการจ่ายค่าทดแทนตามสัญญาเพิ่มเติมนี้


     
          การสิ้นผลบังคับของสัญญา

    ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมนี้จะสิ้นสุดลงทันทีในเวลาใดเวลาหนึ่ง ต่อไปนี้

    •  ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยเมื่อเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมนี้ มิได้ชำระภายในกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย

    •  ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุ 70 ปีบริบูรณ์

    •  เมื่อผู้เอาประกันภัยสูญเสียมือหรือเท้าหรือสายตา รวมกันตั้งแต่ 2 ข้างขึ้นไป

    •  เมื่อกรมธรรม์ประกันภัยที่สัญญาเพิ่มเติมฉบับนี้แนบอยู่สิ้นผลบังคับ

    •  เมื่อผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยหรือบริษัทฯ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง บอกเลิกสัญญาเพิ่มเติมนี้ โดยบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน กรณีนี้บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันภัยส่วนที่ยังไม่ได้ให้ความคุ้มครองให้ การสิ้นผลบังคับของสัญญาเพิ่มเติมนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิเรียกร้องใดๆ ที่มีอยู่ก่อนการสิ้นผลบังคับของสัญญา และการที่บริษัทฯ ได้รับชำระเบี้ยประกันภัยหลังจากสิ้นผลบังคับของสัญญาเพิ่มเติมนี้ จะไม่ก่อให้เกิดความรับผิดชอบใดๆ ต่อบริษัทฯ และบริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันภัยดังกล่าวให้


     
          ข้อยกเว้นความคุ้มครอง

    การประกันภัยอุบัติเหตุตามสัญญาเพิ่มเติมนี้ จะไม่คุ้มครองถึงการสูญเสียใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นโดยตรงหรือโดยอ้อม ทั้งหมดหรือบางส่วน เนื่องจากสาเหตุหรือในเวลาใดเวลาหนึ่งดังต่อไปนี้
    •  การทำร้ายร่างกายตนเองหรือการพยายามกระทำการดังกล่าว ในขณะรู้สึกผิดชอบหรือวิกลจริตหรือไม่ก็ตาม
    •  การถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกายโดยเจตนา
    •  สงคราม ( ไม่ว่าจะมีการประกาศหรือไม่ก็ตาม ) สงครามกลางเมือง การปฏิวัติหรือรัฐประหาร การกบฏ การนัดหยุดงาน การจลาจล การประท้วง การปฏิบัติการใดๆ เยี่ยงสงคราม และการปฏิบัติการของผู้ก่อการร้าย
    •  ขณะที่ผู้เอาประกันภัยปฏิบัติหน้าที่เป็นทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัคร และการปฏิบัติการในสงคราม หรือการปฏิบัติการเยี่ยงสงคราม หรือปราบปราม หรือการทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย ในกรณีเช่นนี้ถ้าผู้เอาประกันภัยได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่า 30 วัน บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันภัยให้ตามสัดส่วนสำหรับระยะเวลาที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
    •  ขณะที่ผู้เอาประกันภัยกระทำความผิดทางอาญาโดยเจตนา หรือขณะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่เพราะการกระทำผิดดังกล่าว เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันยอมความกันได้
    •  ขณะที่ผู้เอาประกันภัยกำลังขึ้นหรือลง หรือขณะโดยสารอยู่ในอากาศยานที่มิได้จดทะเบียนเพื่อบรรทุกผู้โดยสาร และมิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์ หรือขณะขับขี่หรือเป็นพนักงานประจำในอากาศยานใดๆ
    •  การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของสุราหรือยาเสพติดให้โทษ จนไม่สามารถครองสติได้คำว่า “ ขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุรา ” นั้น ในกรณีที่มีการตรวจเลือดให้ถือเกณฑ์มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดตั้งแต่ 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
    •  ขณะที่ผู้เอาประกันภัยเข้าร่วมการทะเลาะวิวาท หรือมีส่วนยั่วยุให้เกิดการทะเลาะวิวาท
    •  การล่าสัตว์ในป่า การเข้าแข่งขันที่ใช้ล้อหรือเข้าแข่งเรือทุกประเภท การเข้าแข่งม้า การชกมวย การเล่นหรือแข่งสกีน้ำทุกประเภท การเล่นสเก็ตทุกประเภท การโดดร่ม ( เว้นแต่การโดดร่มเพื่อรักษาชีวิต ) ขณะกำลังขึ้นหรือกำลังลงหรือโดยสารอยู่ในบอลลูน หรือเครื่องร่อน การเล่นบันจี๊จัมพ์ การปีนหรือไต่เขาที่ต้องใช้เครื่องมือช่วย การดำน้ำที่ต้องใช้ถังอากาศและเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำ การเล่นโปโล การเล่นฮ๊อคกี้น้ำแข็ง
    •  อาวุธนิวเคลียร์ การแผ่รังสีหรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ หรือจากกากนิวเคลียร์ใดๆ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และจากกรรมวิธีใด ๆ แห่งการแตกแยกตัวทางนิวเคลียร์ ซึ่งดำเนินติดต่อไปโดยตัวเอง
    •  การได้รับเชื้อโรค เว้นแต่การติดเชื้อโรค หรือบาดทะยัก หรือโรคกลัวน้ำ ซึ่งเกิดจากบาดแผลที่ได้รับอุบัติเหตุ
    •  การแท้งบุตร
    •  การรักษาทางเวชกรรมหรือศัลยกรรม เว้นแต่ที่จำเป็นจะต้องกระทำเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติมนี้ และได้กระทำภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาเพิ่มเติมนี้
    •  การปวดหลังอันมีสาเหตุมาจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทกระดูกสันหลังเลื่อน (Spondylolisthesis) กระดูกสันหลังเสื่อม (Degeneration หรือ Spondylosis) กระดูกสันหลังอักเสบ (Spondylitis) และภาวะ Spondylolysis เว้นแต่มีการแตกหัก (Fracture) หรือเคลื่อน (Dislocation) ของกระดูกสันหลังอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ


     
          เอกสารในการเรียกร้องค่าสินไหม

    การแจ้งมรณกรรมหรือทุพพลภาพของผู้เอาประกันภัยมายังบริษัทฯ ต้องส่งมอบเอกสารเพื่อประกอบการเรียกร้องค่าสินไหม ดังต่อไปนี้
    •  หนังสือรับรองการประกันชีวิต
    •  คำแถลงผู้อ้างสิทธิตามแบบฟอร์มของบริษัทฯ ( ผู้รับประโยชน์ทุกคน )
    •  รายงานแพทย์ตามแบบฟอร์มบริษัทฯ กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรหรือกรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
    •  สำเนาใบมรณบัตร พร้อมลงนามรับรองสำเนา
    •  สำเนาทะเบียนบ้านผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ทุกคน พร้อมลงนามรับรองสำเนา
    •  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ทุกคน พร้อมลงนามรับรองสำเนา
    •  สำเนารายงานชันสูตรพลิกศพ ในกรณีเสียชีวิตที่มิใช่การเจ็บป่วย เช่น อุบัติเหตุ พร้อมรับรองสำเนาโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ / เจ้าหน้าที่นิติเวช
    •  สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจในกรณีเสียชีวิตที่มิใช่การเจ็บป่วย เช่น อุบัติเหตุ พร้อมลงนามรับรองสำเนา  


     
     
    บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด
    เลขที่ 2032 อาคารฟินันซ่าประกันชีวิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
    กรุงเทพฯ 10310
    โทรศัพท์ 0-2632-5000 โทรสาร 0-2632-5500
    Email: crc@finansalife.com
    Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
    Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
    Design and Power by IT Center
    Last Update : September 8, 2008