 |
สำหรับผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 5 10 ของประชากรไทย ส่วนใหญ่จะตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะจะไม่มีอาการผิดปกติ ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เต็มที่ งดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจดูการทำงานของตับ ส่วนใหญ่ก็จะสามารถกำจัดเชื้อหมดไปได้ และมีภูมิคุ้มกันในที่สุด มีส่วนน้อยที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด จะมีอาการตับอักเสบเรื้อรัง มีโอกาสกลายเป็นตับแข็ง และมะเร็งตับได้ ประเทศไทยได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ในเด็กแรกเกิดทุกคนมาตั้งแต่ปี 2535 สำหรับผู้ที่เกิดก่อนหน้านี้ หากต้องการฉีดวัคซีน ควรตรวจเลือดก่อนโดยการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HbsAg) และภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี (Anti HBs, Anti HBc) หากไม่พบเชื้อ ซึ่งหมายถึงไม่ได้เป็นพาหะของโรค และไม่มีภูมิคุ้มกันตัวใดตัวหนึ่ง ก็สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยต้องฉีด 3 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน และ 6 เดือน วัคซีนนี้จะได้ผลดีมากถึงร้อยละ 95 จึงเป็นวิธีป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีที่ดีที่สุดค่ะ
|