ชาวจีน มีความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองสูง พบว่า 2 ใน 3 เกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบ และ 1 ใน 3 เกิดจากเส้นเลือดในสมองแตก ( เลือดออกในสมอง ) ปัจจัยที่มีความสำคัญมากต่อโรคเส้นเลือดในสมองคือ โรคความดันโลหิตสูง อาจเป็นไปได้ว่าชาวจีนส่วนใหญ่รักษาโดยการแพทย์แผนจีน ซึ่งให้การดูแลรักษาควบคุมระดับความดันโลหิตสูงกันน้อยและคนจีนสูบบุหรี่กันมาก มีสถิติพบว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดโรคเส้นเลือดในสมองมากกว่าผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่ ถึง 6.5 เท่า
สำหรับคนไทย ซึ่งมีเชื้อสายทางพันธุกรรมไปทางคนจีน แต่ชีวิตความเป็นอยู่และอาหารการกินเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทางแบบทางคนอเมริกา ความเสี่ยงจึงน่าจะอยู่ตรงกลางๆ ระหว่างชาวจีนกับชาวอเมริกา อีกทั้งการลงสาเหตุการตายจากบุคลากรทางสาธารณสุขมีความโน้มเอียงที่จะลงว่า ตายจากโรคหัวใจมากกว่าความเป็นจริง ถึงแม้ว่าคนที่เคยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองมาก่อนแล้วมาเสียชีวิตภายหลังก็อาจลงว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจ คนไทยจึงควรเฝ้าระวังทั้งการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมอง ในระดับพอๆ กัน คนไทยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้ง 5 อย่างได้แก่ การมีไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , ความอ้วน และการสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมอง ส่วนการรับประทานแอสไพรินเด็กเพื่อการป้องกันโรคหัวใจนั้น ถ้าเป็นคนที่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจสูง หรือเคยมีอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ก็ควรจะรับประทานเป็นประจำ แต่ถ้าเป็นคนปกติ และต้องการทานเพื่อหวังผลในการป้องกันการตีบตันของเส้นเลือดหัวใจก็อาจจะทานเป็น 1 เม็ดวันเว้นวันดูจะเป็นการปลอดภัยกว่า เนื่องจากคนไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกสูงกว่าชาวอเมริกา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ดูแลรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย
โดยสรุป ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ยืนยาวแบบมีคุณภาพ ขอให้ดูแลตัวเองในปัจจัย 5 อย่าง ได้แก่ การมีไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , ความอ้วน และการสูบบุหรี่ แล้วคุณจะปลอดภัยจากโรคร้ายแรงทั้งโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมอง |