วันที่ 5 กรกฎาคม 2551
  •  

    โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคเส้นเลือดในสมอง

     
    ข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า ชาวอเมริกาเสียชีวิตจากโรคกล้าม เนื้อหัวใจขาดเลือดมากกว่าโรคเส้นเลือดในสมองถึง 4 เท่า แต่กลับกันชาวจีนเสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดในสมอง มากกว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 4 เท่า เห็นได้ชัดเจนว่า ประชากร 2 ประเทศนี้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิตที่แตกต่างกัน สำหรับคนไทยอัตราการเสียชีวิตจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจ ขาดเลือดมีมากกว่าโรคเส้นเลือดในสมอง แต่ไม่ได้มากกว่าเป็นเท่าตัวเหมือนชาวอเมริกา

    ชาวอเมริกา มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจที่สูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากอาหารการกินที่มีไขมันสูง จำพวกเนื้อสัตว์ นม เนย ทำให้มีไขมันในเลือดสูง และเกิดการสะสมของไขมันในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจในขณะเดียวกัน คนอเมริกาก็มีอัตราการเป็นเบาหวานสูงมากพบสูงถึง 9.5% ของประชากร ( คนไทยพบเป็นเบาหวาน 6.8% ของประชากร ) การเป็นเบาหวานมีส่วนสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจแข็งตัว

    และตีบตัน แพทย์โรคหัวใจในอเมริกามักนิยมให้ทานยาแอสไพรินเด็ก ( ขนาด 60 มิลลิกรัม ) ในคนที่อายุมากกว่า 40 ปีที่ไม่เคยเป็นโรคหัวใจมาก่อน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน แต่ตัวยาแอสไพรินถ้าทานมากเกินไปจะทำให้เลือดแข็งตัวช้า มีเลือดออกง่ายและหยุดยาก จะเป็นปัญหาในการผ่าตัดถ้ามีเลือดออกในสมอง แต่คนอเมริกามีความเสี่ยงต่อเลือดออกในสมองน้อยกว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ไม่ค่อยกังวลต่อการใช้แอสไพรินมากนัก

    ชาวจีน มีความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดในสมองสูง พบว่า 2 ใน 3 เกิดจากเส้นเลือดในสมองตีบ และ 1 ใน 3 เกิดจากเส้นเลือดในสมองแตก ( เลือดออกในสมอง ) ปัจจัยที่มีความสำคัญมากต่อโรคเส้นเลือดในสมองคือ โรคความดันโลหิตสูง อาจเป็นไปได้ว่าชาวจีนส่วนใหญ่รักษาโดยการแพทย์แผนจีน ซึ่งให้การดูแลรักษาควบคุมระดับความดันโลหิตสูงกันน้อยและคนจีนสูบบุหรี่กันมาก มีสถิติพบว่าผู้หญิงที่สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดโรคเส้นเลือดในสมองมากกว่าผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่ ถึง 6.5 เท่า

    สำหรับคนไทย ซึ่งมีเชื้อสายทางพันธุกรรมไปทางคนจีน แต่ชีวิตความเป็นอยู่และอาหารการกินเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทางแบบทางคนอเมริกา ความเสี่ยงจึงน่าจะอยู่ตรงกลางๆ ระหว่างชาวจีนกับชาวอเมริกา อีกทั้งการลงสาเหตุการตายจากบุคลากรทางสาธารณสุขมีความโน้มเอียงที่จะลงว่า ตายจากโรคหัวใจมากกว่าความเป็นจริง ถึงแม้ว่าคนที่เคยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองมาก่อนแล้วมาเสียชีวิตภายหลังก็อาจลงว่าเสียชีวิตจากโรคหัวใจ คนไทยจึงควรเฝ้าระวังทั้งการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมอง ในระดับพอๆ กัน คนไทยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้ง 5 อย่างได้แก่ การมีไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , ความอ้วน และการสูบบุหรี่ เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมอง ส่วนการรับประทานแอสไพรินเด็กเพื่อการป้องกันโรคหัวใจนั้น ถ้าเป็นคนที่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจสูง หรือเคยมีอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ก็ควรจะรับประทานเป็นประจำ แต่ถ้าเป็นคนปกติ และต้องการทานเพื่อหวังผลในการป้องกันการตีบตันของเส้นเลือดหัวใจก็อาจจะทานเป็น 1 เม็ดวันเว้นวันดูจะเป็นการปลอดภัยกว่า เนื่องจากคนไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกสูงกว่าชาวอเมริกา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้ดูแลรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

    โดยสรุป ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่ยืนยาวแบบมีคุณภาพ ขอให้ดูแลตัวเองในปัจจัย 5 อย่าง ได้แก่ การมีไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , ความอ้วน และการสูบบุหรี่ แล้วคุณจะปลอดภัยจากโรคร้ายแรงทั้งโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคเส้นเลือดในสมอง

    เรื่องโดย ... นายแพทย์ สุพจน์ หาญนิรัญกูร / SVP ฝ่ายสินไหมและบริการการแพทย์

    บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด
    เลขที่ 2032 อาคารฟินันซ่าประกันชีวิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
    กรุงเทพฯ 10310
    โทรศัพท์ 0-2632-5000 โทรสาร 0-2632-5500
    Email: crc@finansalife.com
    Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
    Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
    Design and Power by IT Center
    Last Update : July 3, 2008