มุมสุขภาพดี
ดูแลสุขภาพแนวธรรมชาติ
โรงพยาบาลพันธมิตรเกี่ยวกับสุขภาพ
คุยกับคุณหมอ
 
........................................................................................................................................................................................................
 
[ความดันโลหิตสูง] [สุขภาพดีมีได้ง่ายๆ] [ไข้เลือดออก] [ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่] [เครียด]
 
[โรคกระดูกพรุน] [โรคเก๊าท์] [โรคท้องร่วง] [โรคเบาหวาน] [โรคภูมิแพ] [โรคอ้วน]
 
[ต่อมลูกหมากโตคืออะไร] [พยาธิตัวจี๊ด] [โรคปวดศรีษะไมเกรน] [เมตาโบลิคซินโดรม][สารต้านอนุมูลอิสระ]
[ปัสสาวะแสบขัด][วัคซีนไข้หวัดใหญ่][10วิธีหลีกหนีโรคหัวใจ][ตะคริว]

โรคอ้วน

       จากกระแสโลกาภิวัฒน์ และสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ค่านิยมในการบริโภคอาหารจานด่วนแบบตะวันตก การนิยมรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยๆ นั่งดูทีวีนาน ๆ เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ล้วนเป็นปัจจัยเสริมทำให้มีการสะสมพลังงานในรูปไขมันมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่พลังงานที่ได้รับจากอาหาร มากเกินกว่าที่ร่างกายใช้ในแต่ละวันย่อมก่อให้เกิดไขมันส่วนเกินสะสมในชั้นใต้ผิวหนัง ก่อให้เกิดโรคอ้วน ซึ่งในปัจจุบันพบมากขึ้นทุกขณะ ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

       ปัจจุบันเราถือโรคอ้วนเป็นโรคชนิดหนึ่ง เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอื่นๆ ตามมามากมาย ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง นิ่วในถุงน้ำดี โรคข้อเข่าเสื่อม นอนกรน ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ รวมทั้งโรคมะเร็งบางชนิด ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทลองสำรวจตัวเองและคนรอบข้างดูว่าเริ่มอ้วนหรือยัง วิธีคำนวณง่ายๆ ว่าน้ำหนักที่ปกติของเราควรจะเป็นเท่าไร โดยการหาค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index – BMI) จากค่าน้ำหนัก ( กิโลกรัม ) หารด้วยส่วนสูง ( เมตร ) ยกกำลังสอง เช่น ส่วนสูง 160 ซม . น้ำหนัก 60 กก . ค่า BMI = 60/1.6 2 = 23.4 กก ./ ตรม . ค่าปกติอยู่ระหว่าง 18.5 – 24.9 ถ้ามากกว่า 25 ถือว่าเริ่มอ้วน และมากกว่า 30 ถือว่าเป็นโรคอ้วน ซึ่งมีการศึกษาพบว่าถ้า BMI มากกว่า 30 มีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงกว่าคนที่ไม่อ้วนถึงร้อยละ 30

       ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนที่เข้าข่ายอ้วน ก็ควรเริ่มควบคุมน้ำหนัก โดยการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควรรับประทานอาหาร 3 มื้อให้ตรงเวลา เคี้ยวช้าๆ รับประทานผักมากกว่าเนื้อสัตว์เสมอ ไม่รับประทานจุบจิบ โดยเฉพาะพวกขนมขบเคี้ยว ขนมหวาน น้ำอัดลม น้ำกะทิ ไม่แนะนำให้ใช้ยาลดความอ้วน เพราะส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์กดประสาทควบคุมความหิว ซึ่งมีผลเสียในระยะยาว รวมทั้งยาลดความอ้วนประเภทไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มท้อง ควรรับประทานผักผลไม้แทนจะดีกว่า เพราะได้คุณค่าของวิตามินและเกลือแร่มากกว่า และให้พลังงานต่ำ นอกจากนี้ควรหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยการเดินเร็ว ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการกระแทกแรงๆการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็นับว่าเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรนั่งดูทีวี หรือเล่นเกมส์นานๆ ควรมีกิจ กรรมให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาเพื่อเพิ่มการใช้พลังงาน ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณมีรูปร่างดีขึ้นแล้วยังมีสุขภาพดี ปลอดจากโรคภัยต่างๆด้วยค่ะ


 
Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
Design and Power by IT Center
Last Update : December 25, 2006