วันที่ 5 กรกฎาคม 2551
  •  
      

    •  การประกันชีวิตคืออะไร
    •  ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต
    •  การประกันชีวิตมีกี่ประเภท
    •  การประกันชีวิตมีกี่แบบ
    •  ผู้เอาประกันภัยจะเวนคืนเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยไปให้บุคคลอื่นได้หรือไม่
    •  เมื่อทำประกันชีวิตแล้วมีกรณีใดบ้างที่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับผลประโยชน์
    •  ทำอย่างไรเมื่อตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขาย
    •  แบบประกันชีวิตที่เหมาะสม
    •  ใบคำขอเอาประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
    •  สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อจะสมัครทำประกันชีวิต
    •  การพิจารณารับประกันภัยคืออะไร
    •  กรณีที่ต้องตรวจสุขภาพ
    •  เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ภัยแล้วจะยกเลิกได้หรือไม่
    •  ในกรณีที่ไม่สามารถส่งเบี้ยประกันภัยต่อไปได้จะทำอย่างไร
    •  เพราะเหตุใดเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว มูลค่าเวนคืนเงินสดจึงมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเบี้ยที่ชำระไปแล้ว
    •  ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
    •  การชำระเบี้ยประกันภัยอย่างครบถ้วนและตรงเวลามีความสำคัญอย่างไร
    •  ทำไมต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้บริษัทประกันชีวิตทราบ
    •  การใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต
    •  การกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
    •  หากต้องการซื้อความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุและสุขภาพนอกเหนือจากการประกันชีวิตจะทำ
       ได้หรือไม่อย่างไร

    •  กรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีการจ่ายเงินเมื่อใด
    •  กรณีใดบ้างที่บริษัทประกันชีวิตไม่อาจจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตได้
    •  เอกสารที่ใช้ในการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตมีอะไรบ้าง
    •  ระยะเวลาผ่อนผันคืออะไร หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่

     
    ถาม
    การประกันชีวิตคืออะไร
    ตอบ

    การประกันชีวิต คือการชดเชยรายได้ที่ต้องสูญเสียไปอันเนื่องมาจากการตาย ทุพพล ภาพถาวรสิ้นเชิงหรือชราภาพ โดยบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์ ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิต

    ผู้เอาประกันภัย คือบุคคลที่ตกลงทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิตโดยอาศัย สาเหตุของการมีชีวิตหรือการตายเป็นเงื่อนไขในการจ่ายเงินประกันชีวิต

    ผู้รับผลประโยชน์ คือบุคคลที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตว่าจะเป็นผู้ได้รับเงิน ประกันชีวิตตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้รับผลประโยชน์อาจเป็นบุคคลเดียวกับผู้ เอาประกันภัยก็ได้

    ถาม
    ทำไมจึงต้องมีการประกันชีวิต
    ตอบ

    สาเหตุที่ต้องมีประกันชีวิตเพราะ
    (2.1) ผู้เอาประกันชีวิตต้องการได้รับประโยชน์ในด้านความคุ้มครอง คือ เมื่อมีภัยเกิดขึ้น แก่ชีวิตทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียรายได้เนื่องจากการตายทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือชราภาพ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้ตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์แล้วแต่กรณี

    (2.2) เพื่อการออมทรัพย์ หากผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อการประกันชีวิตแบบที่มีการออม
    ทรัพย์รวมอยู่ด้วย ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินก้อนหนึ่งตามที่ตกลงไว้เมื่อมีชีวิตอยู่ ณ วันที่สัญญาครบกำหนด ทั้งนี้บริษัทประกันชีวิตจัดเป็นสถาบันการเงินเช่นเดียวกับธนาคารและบริษัทเงินทุน

    (2.3) การประกันชีวิตให้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ บริษัท ประกันชีวิตจะนำเอาเงินส่วนที่เป็นเงินออมของผู้เอาประกันภัยไปลงทุนในหลักทรัพย์ ต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตั๋วเงินคลัง ของกระทรวงการคลัง หรือ นำไปลงทุนซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ทำให้รัฐบาลสามารถนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า สนามบิน ถนน หนทาง รถไฟฟ้าและอื่นๆ อันเป็นการลดภาระของรัฐบาลที่จะต้องกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศ

    ถาม
    การประกันชีวิตมีกี่ประเภท
    ตอบ

    การประกันชีวิตแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ
    •  ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance)
    •  ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance)
    •  ประเภทกลุ่ม (Group Life Insurance)

    •  ประเภทสามัญ (Ordinary Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับผู้มีรายได้ปานกลางหรือสูงโดยทั่วไปกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี รายหกเดือน หรือรายสามเดือน การพิจารณารับประกันชีวิตมีทั้งแบบตรวจสุขภาพและไม่ต้องตรวจสุขภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ จำนวนเงินเอาประกันภัยและอายุเป็นสำคัญ

    •  ประเภทอุตสาหกรรม (Industrial Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัย ค่อนข้างต่ำ จึงไม่มีการตรวจสุขภาพ การพิจารณารับประกันชีวิตอาศัยข้อมูลจากคำแถลงในใบคำขอเอาประกันภัย โดยทั่วไปกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายเดือนอาจมีเงื่อนไขกำหนดระยะเวลารอคอยก็ได้ ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) คือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อพิสูจน์สุขภาพของผู้เอาประกันภัย หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาดังกล่าว บริษัทประกันชีวิตไม่ต้องจ่ายเงินเอาประกันภัย โดยทั่วไป กำหนดไว้ 180 วัน

    •  ประเภทกกลุ่ม (Group Life Insurance) คือการรับประกันชีวิตบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับเดียว โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงภัยของบุคคลในกลุ่มทั้งหมดด้วยอัตราเฉลี่ย ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ หน้าที่การทำงาน หรือจำนวนเงินเอาประกันภัยและใช้เบี้ยประกันภัยอัตราเดียวกับบุคคลทุกคนในกลุ่มนั้นๆ การประกันภัยประเภทนี้อัตราเบี้ยประกันภัยจะถูกกว่าการประกันภัยประเภทอื่นๆ เหมาะสำหรับพนักงาน ในบริษัทต่างๆ

    ถาม
    ประกันชีวิตมีกี่แบบ
    ตอบ

    ประกันชีวิตแบ่งออกได้เป็น 4 แบบ คือ
    •  แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)
    •  แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
    •  แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)
    •  แบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance)

    •  แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 1 ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี สัญญาประกันชีวิตแบบนี้มีลักษณะเป็นการให้ความคุ้มครองการเสี่ยงภัยอันเกิดจากการเสียชีวิตแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีการสะสมทรัพย์รวมอยู่ด้วย จึงมีลักษณะเช่นเดียวกับสัญญาประกันอัคคีภัย เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วจึงไม่มีมูลค่าใดๆ คืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย

    •  แบบตลอดชีพ ((Whole Life Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยไม่คำนึงว่าจะเสียชีวิตเมื่อใด แต่ถ้าหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 99 ปี บริษัทประกันชีวิตก็จะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้เอาประกันภัย

    •  แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ ถ้าหากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย ถ้าหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ในวันที่สัญญาครบกำหนด

    •  แบบเงินได้ประจำ (Annuities Insurance) คือการประกันชีวิตที่บริษัท ตกลงว่าจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเป็นประจำให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ในวันที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยทั่วไปเงินได้ประจำจะจ่ายเป็นปีทุกๆ ปีจนครบตามเงื่อนไขของสัญญา สัญญาประกันชีวิตแบบนี้เหมาะกับผู้เอาประกันภัยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสะสมทรัพย์ไว้เป็นค่าใช้จ่ายหลังจากเกษียณอายุการทำงานแล้ว

    ถาม
    ผู้เอาประกันภัยจะเวนคืนเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยไปให้บุคคลอื่นได้หรือไม่
    ตอบ

    สัญญาประกันชีวิตบางสัญญาจะมีมูลค่าเงินสดฝากสะสมไว้กับบริษัทประกันชีวิตโดย สังเกตได้จากตารางท้ายกรมธรรม์ประกันภัย เงินจำนวนนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับเงินฝาก ธนาคาร ผู้เอาประกันภัยจึงสามารถเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อรับเงินตามมูลค่าที่มี อยู่ในกรมธรรม์ได้เช่นเดียวกับการถอนเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ดังนั้นผู้เอาประกันภัย จึงสามารถโอนประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตนี้ไปให้บุคคลอื่นได้

    ถาม เมื่อทำประกันชีวิตแล้วมีกรณีใดบ้างที่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับผลประโยชน์
    ตอบ

    ผู้เอาประกันภัยจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นได้ ในกรณี ดังต่อไปนี้
    •  ถ้ามีการส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ไปแล้ว และ
    •  ผู้รับผลประโยชน์ได้ทำหนังสือแจ้งบริษัทประกันภัยว่าตนจะเป็นผู้รับผลประโยชน์จากสัญญาประกันชีวิตนั้นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ผู้เอาประกันภัยย่อมไม่สามารถโอนประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาประกันชีวิตไปยังบุคคลอื่นได้

    ถาม ทำอย่างไรเมื่อตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขาย
    ตอบ

    เมื่อมีตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิต ท่านจะต้องอ่านและทำความเข้าใจใน แบบประกันชีวิตที่เสนอขาย ผลประโยชน์ที่จะได้รับเงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างๆ รวมถึง เบี้ยประกันภัยที่จะชำระก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิต

       
    ถาม
    แบบประกันชีวิตที่เหมาะสม
    ตอบ

    ก่อนจะซื้อประกันชีวิตจะต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการทำประกันชีวิตระยะเวลา คุ้มครองที่ต้องการจำนวนเงินเอาประกันภัย และความสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้โดย ไม่เดือดร้อนตลอดระยะเวลาที่กำหนด ขอยกตัวอย่างดังตารางต่อไปนี้

    ความต้องการ
    แบบประกันที่เหมาะสม
       ความคุ้มครองระยะสั้น เช่น 5 ,10 ปี
       คุ้มครองเฉพาะการเสียชีวิตเท่านั้น
       ไม่มีเงินคืน
       เบี้ยประกันภัยจึงมีราคาถูก

    แบบชั่วระยะเวลา

       ความคุ้มครองระยะสั้น เช่น 7 ,10, 15 ,20 ปี
       คุ้มครองการเสียชีวิตพร้อมกับการสะสมทรัพย์
       มีเงินคืน

    แบบสะสมทรัพย์

       ความคุ้มครองแบบถาวร หรือตลอดชีพ แบบตลอดชีพ
       อัตราเบี้ยประกันภัยไม่สูงนัก คุ้มครองการเสียชีวิต
       ไม่มีเงินคืน

    แบบตลอดชีพ
    ถาม
    ใบคำขอเอาประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
    ตอบ

    เมื่อมีตัวแทนประกันชีวิตมาเสนอขายประกันชีวิต ท่านจะต้องอ่านและทำความเข้าใจใน แบบประกันชีวิตที่เสนอขาย ผลประโยชน์ที่จะได้รับเงื่อนไข และข้อยกเว้นต่างๆ รวมถึง เบี้ยประกันภัยที่จะชำระก่อนที่จะตัดสินใจทำประกันชีวิต

    ถาม
    สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อจะสมัคร ทำประกันชีวิต
    ตอบ

    ในการสมัครทำประกันชีวิตนั้นจะต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
    •  ใบคำขอเอาประกันภัยที่กรอกถูกต้องและครบถ้วน
    •  เบี้ยประกันภัยงวดแรก
    •  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันภัยและผู้รับผลประโยชน์
    •  ในบางครั้งบริษัทประกันชีวิตอาจขอดูผลตรวจสุขภาพและเอกสารอื่นๆ

    ถาม
    การพิจารณารับประกันภัยคืออะไร
    ตอบ

    การพิจารณารับประกันภัยหมายถึง การที่บริษัทประกันชีวิตนำข้อมูลที่ได้รับจากผู้เอา ประกันภัยซึ่งได้กรอกไว้ในใบคำขอเอาประกันชีวิตมาตรวจสอบและตัดสินใจว่าจะรับ หรือไม่รับประกันภัย โดยพิจารณาในองค์ประกอบหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้
    •  พิจารณาถึงอาชีพว่ามีความเสี่ยงต่ออันตรายหรือชีวิตมากน้อยพียงใด เช่น อาชีพขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่าพนักงานบริษัท เป็นต้น ในส่วนของรายได้นั้นก็จะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัยรวมถึงจำนวนเงินเอาประกันชีวิตสูงเกินความจำเป็นหรือไม่
    •  ข้อมูลการทำประกันชีวิตของผู้เอาประกันภัยที่มีผลบังคับทุกฉบับและ ที่กำลังยื่นขอเอาประกันภัยกับบริษัทประกันชีวิตอื่น รวมถึงข้อมูลการเคยถูกปฎิเสธการรับประกันชีวิตมาก่อน
    •  ประวัติการรักษาพยาบาล
    •  การแต่งตั้งผู้รับผลประโยชน์ ควรเป็นบุคคลในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เช่น บิดา มารดา พี่ น้อง สามี ภรรยา บุตร เป็นต้น

    ถาม
    กรณีที่ต้องตรวจสุขภาพ
    ตอบ

    การที่จะต้องตรวจสุขภาพก่อนการทำประกันชีวิตหรือไม่นั้น ขึ้นกับ
    •  ข้อกำหนดของบริษัท โดยเป็นไปตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ท่านขอซื้อและอายุ โดยทั่วไปหากจำนวนเงินเอาประกันภัยสูง หรือมีอายุมากก็จะมีการตรวจสุขภาพเป็นต้น
    •  บริษัทประกันชีวิตพิจารณาจากคำแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัยซึ่งระบุว่าเคยมีประวัติการตรวจรักษาสุขภาพมาก่อนหรือมีโรคประจำตัว บริษัทอาจจะขอให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมและขอประวัติการรักษาสุขภาพจากสถานพยาบาลที่เคยเข้ารับการรักษา

    ถาม

    เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ภัยแล้ว จะยกเลิกได้หรือไม่

    ตอบ

    เมื่อได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัทประกันชีวิตแล้ว ขอให้ตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่พึงพอใจด้วยสาเหตุใดก็ตามสามารถใช้สิทธิยกเลิกสัญญา (Free Look) โดยส่งคืน กรมธรรม์ประกันภัยมายังบริษัทประกันชีวิตภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์จาก บริษัทประกันชิวิต ซึ่งบริษัทประกันชีวิตจะคืนเบี้ยประกันภัย ที่เหลือจากการหักค่าตรวจ สุขภาพตามที่จ่ายจริง (ถ้ามี) และค่าใช้จ่ายของบริษัทฉบับละ 500 บาทแล้ว

    ถาม
    ในกรณีที่ไม่สามารถส่งเบี้ยประกันภัยต่อไปได้จะทำอย่างไร
    ตอบ

    เมื่อทำประกันชีวิตมาระยะเวลาหนึ่งแล้วไม่สามารถส่งเบี้ยประกันภัยต่อได้ จะมีแนวทาง
    ให้เลือก 3 แบบ คือ
    •  ขอรับเงินสด กรณีนี้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยจะสิ้นสุดทันทีจะนวนเงินสดที่ได้รับคืนจะเป็นไปตามจำนวนที่ระบุในตารางเวนคืนเงินสดที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย
    •  ขอเปลี่ยนเป็นมูลค่าใช้เงินสำเร็จ กรณีนี้ระยะเวลาความคุ้มครองจะเท่าเดิมตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยจะลดลง จำนวนเงินเอาประกันภัยใหม่จะเป็นไปตามจำนวนที่ระบุในตารางมูลค่าใช้เงินสำเร็จที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย
    •  ขอเปลี่ยนเป็นมูลค่าขยายเวลา กรณีนี้จำนวนเงินเอาประกันภัยจะเท่าเดิมตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย แต่ระยะความคุ้มครองใหม่จะเป็นไปตามที่ระบุไว้ในตารางมูลค่าขยายเวลาที่แนบอยู่ท้ายกรมธรรม์ประกันภัย

    ถาม
    เพราะเหตุใดเมื่อยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยแล้ว มูลค่าเวนคืนเงินสดจึงมีจำนวนน้อยกว่าจำนวนเบี้ยที่ชำระไปแล้ว
    ตอบ

    เพราะการซื้อประกันชีวิตเป็นการเฉลี่ยภัยในหมู่ผู้เอาประกันภัยด้วยกัน หากผู้เอา ประกันภัยรายใดเสียชีวิต บริษัทประกันชีวิตก็จะนำเงินจากเบี้ยประกันชีวิตของผู้เอา ประกันภัยทุกคนไปจ่ายให้กับผู้รับผลประโยชน์ของผู้ที่เสียชีวิต ดังนั้น เหตุที่มูลค่าเวนคืน เงินสดมีมูลค่าน้อยกว่าเพราะเบี้ยประกันภัยที่ท่านชำระมาแล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปจ่าย ให้แก่ผู้เอาประกันภัยรายอื่นที่เสียชีวิต

    ถาม
    ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยมีความสำคัญอย่างไร
    ตอบ

    ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัย คือ หลักฐานที่ใช้อ้างอิงว่าผู้เอาประกันภัยได้ชำระเงินค่าเบี้ย ประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตแล้ว โดยทั่วไปใบรับเงินได้จำแนกออกเป็น “ ใบรับเงิน ค่าเบี้ยประกันภัยงวดแรก ” และ “ ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยงวดต่อไป ” “ ใบรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยงวดแรก ” แสดงถึงการมีผลบังคับของกรมธรรม์ประกันภัย โดยปกติแล้วเมื่อชำระเบี้ยประกันภัยงวดแรกพร้อมส่งใบคำขอเอาประกันภัยให้บริษัท ประกันชีวิต หากบริษัทประกันชีวิตไม่เรียกขอหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมภายใน 30 วัน ถือว่า บริษัทประกันชีวิตยอมรับประกันภัยแล้วโดยอัตโนมัติ ในการชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนประกันชีวิตหรือชำระ โดยตรงต่อบริษัทประกันชีวิต ผู้เอาประกันภัยควรเรียกรับ “ ใบรับเงิน ” เพื่อเป็นหลักฐาน การชำระเงิน เพราะใบรับเงินนี้จะเป็นหลักฐานแสดงความสมบูรณ์ของกรมธรรม์ ประกันภัยของท่าน ว่าท่านจะมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา

    ถาม
    การชำระเบี้ยประกันภัยอย่างครบถ้วน และตรงเวลามีความสำคัญอย่างไร
    ตอบ

    การชำระเบี้ยประกันภัยตรงเวลามีผลให้กรมธรรม์ประกันภัยไม่ขาดอายุ ส่งผลต่อการ ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามสัญญาประกันชีวิต การชำระเบี้ยประกันภัยทุกครั้ง หากชำระผ่านตัวแทนประกันชีวิตควรเรียกใบรับเงินชั่วคราว หากชำระผ่านช่องทางอื่น ควรเก็บหลักฐานการชำระเงินไว้ทุกครั้ง จนกว่าจะได้รับใบรับเงินตัวจริงจากบริษัทประกัน ชีวิต เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวท่านเอง

    ถาม
    ทำไมต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้บริษัทประกันชีวิตทราบ
    ตอบ

    เหตุผลที่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้บริษัทประกันภัยทราบก็เพื่อ บริษัทประกันภัยจะ ได้จัดส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น ใบเตือนแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย ใบเสร็จรับเงินค่า เบี้ยประกันภัย หรือหลักฐานอื่นๆ ให้แก่ท่านได้อย่างครบถ้วนอีกทั้งในกรณีที่ต้องมีการ จ่ายเงินคืนให้แก่ผู้เอาประกันภัย เช่น เงินคืนตามกำหนดเวลาหรือเงินครบกำหนดสัญญา ผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินดังกล่าวอย่างครบถ้วนและการแจ้งผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้ง ให้บริษัทประกันชีวิตรับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยตัวผู้เอาประกันภัยเองเท่านั้นใน กรณีที่มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล เงินคืนตามระยะเวลา หรือเงินครบกำหนดสัญญา จะได้สามารถติดต่อผู้เอาประกันภัยได้

    ถาม
    การใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต
    ตอบ

    การกู้ยืมเงินโดยใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ยังมีผลบังคับอยู่มาเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน ได้ โดยจำนวนเงินที่จะกู้ยืมจะได้ไม่เกินมูลค่าเงินสดตามที่ระบุไว้ในท้ายกรมธรรม์ประกัน ชีวิต

    ถาม

    การกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

    ตอบ

    ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยจนกรมธรรม์ประกันชีวิตมีมูลค่าเงินสด เกิดขึ้นแล้ว หากผู้เอาประกันภัยมิได้ชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปภายในระยะเวลาที่ กำหนด บริษัทจะมีการทำการกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อให้กรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นยังคงมีผลบังคับต่อไป โดยบริษัทประกันชีวิตจะคิด ดอกเบี้ยการกู้ยืมจากผู้เอาประกันภัยตามอัตราดอกเบี้ยที่ได้ระบุไว้

    ถาม
    หากต้องการซื้อความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุและสุขภาพ นอกเหนือจากการประกันชีวิตจะทำได้หรือไม่อย่างไร
    ตอบ

    เพื่อสนองความต้องการของผู้เอาประกันภัยที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นจากความ คุ้มครองด้านการมีชีวิตอยู่หรือการตาย บริษัทประกันชีวิตจึงได้มีรูปแบบความคุ้มครอง ต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล การประกันภัยค่ารักษาพยาบาล และผ่าตัดในโรงพยาบาล การประกันภัยโรคร้ายแรงและอื่นๆ อีกมาก ทั้งนี้การที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองพิเศษนี้ได้จะต้องเลือกซื้อ กรมธรรม์ประกันชีวิตหลักก่อนแล้ว จึงค่อยซื้อความคุ้มครองพิเศษนี้ในรูปแบบของสัญญา เพิ่มเติม โดยสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อนี้จะเป็นสัญญาปีต่อปี

    ถาม
    กรมธรรม์ประกันชีวิตจะมีการจ่ายเงินเมื่อใด
    ตอบ

    บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตในกรณีดังต่อไปนี้
    •  จ่ายเงินผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยในระหว่างอายุสัญญาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในกรมธรรม์ประกันภัย
    •  จ่ายเงินเอาประกันภัยและผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยเมื่อสัญญาครบกำหนด
    • จ่ายเงินเอาประกันภัยให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตมีผลบังคัยอยู่

    ถาม
    กรณีใดบ้างที่บริษัทประกันชีวิตไม่อาจจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตได้
    ตอบ

    (1) ผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาประกันชีวิต
    •  ผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับผลประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
    •  มีการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยทุจริต

    ถาม
    เอกสารที่ใช้ในการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตมีอะไรบ้าง
    ตอบ

    (1) กรณีเสียชีวิต หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องแยกเป็น 3 กรณี คือ
    •  กรณีเสียชีวิตโดยปกติ เช่น การเสียชีวิตโดยการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ หรือ ชราภาพ เป็นต้น
    •  แบบฟอร์มการเรียกร้องการเสียชีวิต
    •  ใบรับรองแพทย์
    •  ใบมรณะบัตร
    •  สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้เอาประกันภัย และผู้รับผลประโยชน์
    •  กรมธรรม์ประกันชีวิต
    •  กรณีเสียชีวิตโดยผิดปกติ เช่น ฆ่าตัวตาย , ถูกผู้อื่นทำให้ตาย , ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ายโดยอุบัติเหตุ , ตายโดยไม่ปรากฎเหตุ , ต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมดังนี้
    •  สำเนาบันทึกประจำวัน
    •  สำเนารายงานการชัณสูตรพลิกศพ
    •  ตายโดยผลของกฎหมาย กรณีหายไปจากภูมิลำเนา โดยไม่มีใครเห็นถือว่าเป็นบุคคลสาบสูญต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมคือ คำสั่งศาลที่สั่งให้เป็นคนสาบสูญ

    (2) กรณีอยู่ครบกำหนดสัญญา หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องมีดังนี้
    •  แบบฟอร์มการเรียกร้อง
    •  กรมธรรม์ประกันชีวิต
    •  บัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัย

    ถาม
    ระยะเวลาผ่อนผันคืออะไร หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่
    ตอบ
    ระยะเวลาผ่อนผันคือระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตยินยอมให้ผู้เอาประกันชีวิตสามารถ ชำระเบี้ยประกันภัยล่าช้ากว่าที่กำหนดได้ แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาผ่อนผัน (ปกติบริษัท ประกันชีวิตจะกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยให้ 30 วัน) บริษัทประกัน ชีวิตยังคงให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยบริษัทประกันชีวิต จะหักค่าเบี้ยประกันภัยที่ยังค้างชำระออกจากจำนวนเงินเอาประกันภัยที่จะจ่าย
     
    บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด
    เลขที่ 2032 อาคารฟินันซ่าประกันชีวิต ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
    แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
    กรุงเทพฯ 10310
    โทรศัพท์ 0-2632-5000 โทรสาร 0-2632-5500
    Email: crc@finansalife.com
    Copyright เกี่ยวกับกฎหมาย Legal Policy
    Finansa Life Assurance Co.,Ltd. All rights reserved.
    Design and Power by IT Center
    Last Update : July 3, 2008